ไฟโตนิวเทรียนท์ (Phytonutrient) คืออะไร?

2

ไฟโตนิวเทรียนท์ (Phytonutrient) คืออะไร?

วันนี้นำความรู้เกี่ยวกับสาร ไฟโตนิวเทรียน หรือ สารพฤษเคมีที่มีอยู่ในพืชผักผลไม้นาๆสีที่มีอยู่ตามธรรมชาติซึ่งเป็นสารที่มีประโยชน์มากที่ร่างกายต้องการ แต่ได้รับสารจำพวกนี้ไม่เพียงพอ

อาหารประเภทผัก ผลไม้ เป็นอาหารธรรมชาติที่มีสารสำคัญที่เรียกว่า Phytonutrient ( ไฟโตนิวเทรียนท์) หรืิิสารพฤษเคมี? มากมายหลายชนิด ไฟโตนิวเทรียนท์ เป็นสารธรรมชาติ ในผักผลไม้ที่เป็นสารสำคัญที่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกาย หลายประการ ทั้งนี้ด้วยกลไกที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ( Antioxidant ) จากธรรมชาติ? อนุมูลอิสระคือ โมเลกุลที่มีธาตุที่ไม่มั่นคงเนื่องจากขาด อิเลกตรอน ไป 1ตัว? อนุมูลอิสระ ถือเป็นสารพิษที่สำคัญต่อเซลล์ทุกเซลล์ในร่างกาย ถ้ามีมากในเซลล์ก็เป็นอันตรายได้ โดยจะทำลาย ดีเอนเอ เยื่อหุ้มเซลล์ และองค์ประกอบอื่นๆของเซลล์? นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า อนุมูลอิสระเป็นสาเหตุของการเกิดโรคหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นการก่อให้เกิดการอักเสบ ซึ่งเป็นการทำลายเนื้อเยื่อในระยะสั้น หรือมีผลในระยะยาวโดยเป็นสาเหตุของ ความเสื่อมหรือการแก่ของเซลล์ และอาจเป็นสารการก่อมะเร็ง โรคหัวใจ ต้อกระจก โรคทางภูมิคุ้มกันและโรคเรื้อรังอีกหลายชนิด


เรารู้กันดีอยู่แล้วว่า การรับประทานผักผลไม้เป็นประจำทุกวันนั้นมีประโยชน์ต่อร่างกาย เพราะทำให้เราได้รับทั้งวิตามินและแร่ธาตุนานาชนิด ยิ่งมารู้จักกับไฟโตนิวเทรียนท์แล้ว เราก็ยิ่งต้องให้ความสำคัญกับการรับประทานผักผลไม้ และควรรับประทานให้หลากหลายด้วย เพราะผักผลไม้แต่ละชนิดมีไฟโตนิวเทรียนท์ที่มีประโยชน์แตกต่างกัน เช่น ทับทิมมีสารประเภทฟลาโวนอยด์ ช่วยกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกัน ช่วยทำให้โคเลสเตอรอลลดลงและลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ แครอทมีเบต้าแคโรทีน รวมทั้งมะเขือเทศมีไลโคปีน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งไลโคปีนสามารถช่วยลดโอกาสการเกิดโรคมะเร็งด้วย อะเซโรลา เชอร์รีมีวิตามินซี ช่วยสร้างภูมิต้านทานโรค ทำให้ผิวพรรณสดใส บร็อคโคลีมีซัลโฟราเฟน ช่วยป้องกันการเกิดมะเร็ง แอปเปิลมีโพลีฟีนอล สารต้านอนุมูลอิสระ ลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ และมะเร็ง มะกอกมีโอลีโรเปอิน ช่วยลดความเสื่อมของเซลล์ และลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็ง เมล็ดองุ่นมีโปรแอนโธไซยานิดินช่วยยับยั้งการทำลายหลอดเลือดจากโคเลสเตอรอล เปลือกขององุ่นเขียว แดง และม่วง มีเรสเวอราทรอล ช่วยเสริมสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงและทำให้มีอายุยืน ขมิ้นมีเคอร์คิวมิน เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ เพิ่มการสร้างเซลล์ ผักโขมมีใยผักและวิตามินแร่ธาตุหลายชนิด ซึ่งผักผลไม้ต่างๆ เหล่านี้ซื้อหาและสามารถทำเป็นอาหารต่างๆ ได้ไม่ยากเลยอนุมูลอิสระ มีที่มาทั้งแหล่งภายนอกและภายในร่างกาย อนุมูลอิสระที่มาจากภายนอก ได้แก่ มลพิษในอากาศ ฝุ่น ควันบุหรี่ แสงแดด ความร้อน รังสีบางชนิด ยาบางชนิด จากแหล่งภายในร่างกาย ซึ่งส่วนมากจะเป็นของเสียในขบวนการเมตาโบลิสม ของเซลล์ เมื่อเกิดอนุมูลอิสระแล้ว ร่างกายก็มีกลไกที่จะกำจัด อนุมูลอิสระ เหล่านี้โดยใช้เอนไซม์ต่าง ๆ และใช้สาร ไฟโตนิวเทรียนท์ที่สำคัญ เช่น วิตามิน อี? ( a-tocopherol )? เบตาคาโรทีน? ( Beta-carotene ) และวิตามิน ซี (Vitamin C) จากผักผลไม้และอาหาร

ไฟโตนิวเทรียนท์จากผักและผลไม้ ถือเป็นแหล่งสำคัญของสารต้านอนุมูลอิสระจำนวนมาก? ปัจจุบัน จึงมีการสนับสนุนให้ทานผักและผลไม้มากขึ้น โดยมีความเชื่อว่าอาจลดการก่อมะเร็ง ลดการเป็นโรคหัวใจขาดเลือดและ โรคเรื้อรังบางชนิด

ไฟโตนิวเทรียนท์ที่มีในผักและผลไม้ที่ทำหน้าที่เป็นสารต้าอนุมูลอิสระและมี คุณประโยชน์เป็นที่ยอมรับ มีดังนี้คือ

ชาเขียว มี สารสำคัญเป็น Polyphenol (โพลีฟีนอล) ที่ชื่อ Catechin (คาเทชิน)
ทับทิม มี สารประเภท Flavonoid (ฟลาโวนอยด์)
แครอท มี Beta-carotene ( เบต้าคาโรทีน )
มะเขือเทศ มี Lycopene (ไลโคปีน)
มิกซ์เบอร์รี่ มี Flavonoid ชื่อ Anthocyanosides (แอนโธไซยาโนไซด์) ใน Bilberry
อะเซโรลา เชอร์รี่ มี Vitamin C ถือเป็นแหล่งวิตามินซีธรรมชาติที่มีคุณภาพสูง
บร็อคโคลี่ มี Sulforaphane (ซัลโฟราเฟน)
โรสแมรี่ มี Rosemarinic acid (โรสแมรินิค แอซิด)
แอปเปิ้ล มีสารประเภท Polyphenol (โพลีฟีนอล) เช่นกัน
อัลฟัลฟ่า มี Saponins (ซาโปนิน)
มะกอก มี Oleuropein (โอลีโรเปอิน)
เมล็ดองุ่นมี Proanthocyanidin (โปรแอนโธไซยานิดิน) หรือ พีซีโอ (PCO:? Procyanidolic Oligomers)
ขมิ้น มีสารสำคัญคือ Curcumin (เคอร์คิวมิน) ผักโขม มีใยผัก วิตามินแร่ธาตุหลายชนิด

รายงานที่บอกว่าการทานผักและผลไม้ สามารถลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งมีมากมายซึ่งคิดว่ากลไกทั้งด้านที่ผัก และผลไม้มีสารกากใยมากซึ่งจะช่วยทางด้านลดมะเร็งลำไส้ใหญ่ ( อ้างอิงที่? 1? ) นอกจากนี้คือกลไกทางด้านต้านอนุมูลอิสระ จากสารไฟโตนิวเทรียนท์? ตัวอย่างรายงานวิจัยเรื่องลดความเสี่ยงของโรค มะเร็ง มีมากมาย รายงานแรก พบว่า?? ผักและผลไม้ลดความเสี่ยงต่อมะเร็งกระเพาะอาหารได้ ถึง 5.5? เท่า ซึ่งรายงานนี้ก็เป็นรายงานใหญ่ในการศึกษาแบบติดตามคนไข้ถึง 11,546? คนเป็นเวลา 25? ปี? ( อ้างอิงที่ 2 )? ผักและผลไม้ลดความเสี่ยงต่อมะเร็งปอด ก็มีรายงานเช่นกัน? ( อ้างอิงที่? 3? ) บางรายงานตรวจสอบชัดลงไปได้ถึงชนิดของผักด้วยเช่นพบว่า ผักที่มีสีเหลืองเช่น แครอท? พบว่าลดมะเร็งของปอดได้มากกว่าผักชนิดอื่นเป็นต้น ( อ้างอิงที่ 4 ) นอกจากนี้มีรายงานใหญ่ที่ติดตามการเป็นมะเร็งของประชากร 10,068 คน เป็นเวลาถึง 19? ปี? ซึ่งในจำนวนนี้พบมะเร็งปอด 248? คน แต่ก็พบว่ากลุ่มที่มีการทานผักและผลไม้ที่มีวิตามิน เอ หรือ เบต้าคาโรทีน จะสามารถลดความเสี่ยงของมะเร็งปอดได้? ( อ้างอิงที่ 5? ) การทานผักและผลไม้ที่มี เบต้าคาโรทีน วิตามิน ซี วิตามิน อี สูงสามารถที่จะลดอุบัติการการเป็นมะเร็งเต้านมได้จริงในสตรีวัยเจริญพันธ์ จากการติดตาม คนไข้ 83,234? คน เป็นเวลา 14 ปี ( อ้างอิงที่ 6 ) มะเร็งกระเพาะปัสสาวะลดความเสี่ยงได้ด้วยการทาน ผักประเภท บร็อคโคลี และหัวผักกาด ( อ้างอิงที่ 7 ) นอกจากนี้ผักและผลไม้ที่มี เบต้าคาโรทีนสูงก็มีผลต่อการลดอุบัติการณ์ของโรคหัวใจขาดเลือดได้จริง จากการวิจัยย้อนหลังในคนไข้ 4,802? คนติดตามไป? 4 ปี? ( อ้างอิงที่ 8 )

การรับประทานผักและผลไม้ จึงมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างแท้จริง ในผู้ที่ไม่สามารถจะทานผักและผลไม้ได้ หรือทานได้น้อย ปัจจุบันก็มีอาหารสุขภาพที่สกัดสารสำคัญจากผักและผลไม้ ซึ่งเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้บริโภค ซึ่งมีผลิตภัณฑ์จากสถาบันสุขภาพนิวทริไลท์ที่มีความสมบูรณ์ในด้านความครบถ้วนของสารอาหารอย่างครบถ้วนและปลอดจากสารเคมี เนื่องจากมีการเพาะปลูกพืชผักผลไม้ที่นำมาสกัดเป็นอาหารเสริมด้วยการเพาะปลูกแบบไร้สารพิษ ใช้ธรรมชาติทั้งฟาร์มจึงได้รับการรับรองจากสถาบันต่างๆมากมาย จึงได้ชื่อว่าเป็นสถาบันสุขภาพที่มียอดขายสูงสุดในโลก

เอกสารอ้างอิง
1. Relationship between the intake of high-fibre foods and energy and the risk of cancer of the large bowel and breast. Eur J Cancer Prev 1998;7 Suppl 2:S11-7:S11-7.
2. Protective effect of fruits and vegetables on stomach cancer in a cohort of Swedish twins. Int J Cancer 1998;76(1):35-7.
3. Dietary factors and risk of lung cancer in never-smokers. Int J Cancer 1998;78(4):430-6.
4. Vegetable and fruit intake and the risk of lung cancer in women in Barcelona, Spain. Eur J Cancer 1997;33(8):1256-61.
5. Intake of vitamins E, C, and A and risk of lung cancer. The NHANES I epidemiologic followup study. First National Health and Nutrition Examination Survey. Am J Epidemiol 1997;146(3):231-43.
6. Dietary carotenoids and vitamins A, C, and E and risk of breast cancer. J Natl Cancer Inst 1999;91(6):547-56.
7. Fruit and vegetable intake and incidence of bladder cancer in a male prospective cohort. J Natl Cancer Inst 1999;91(7):605-13.
8. Dietary antioxidants and risk of myocardial infarction in the elderly: the Rotterdam Study. Am J Clin Nutr 1999;69(2):261-6.

  • http://www.vtsolution.net/ ขาย server

    ขอบคุณครับ บทความคุณภาพจริงๆ

  • http://www.digitaldoorlock.ibuy.co.th กลอนประตูดิจิตอล

    น่าสนใจมากครับ